บทโทรทัศน์ปอยส่างลอง

ปอยส่างลอง

ปอยส่างลองหรืองานบวชลูกแก้วเป็นพิธีการเฉลิมฉลองของการบรรพชาสามเณรในศาสนาพุทธ ซึ่งงานดังกล่าวนี้นิยมจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ว่างเว้นจากการทำนาทำไร่ และเป็นช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็กๆด้วย โดยประเพณีปอยส่างลองเป็นประเพณีของคนไทยที่มีเชื้อสายเป็นชาวไทใหญ่ ดังนั้นจะพบเห็นประเพณีนี้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และบางส่วนของภาคเหนือ

ในการบรรพชาเป็นสามเณรนั้นก็เพื่อศึกษาพุทธธรรมและเพื่อเป็นการทดแทนคุณบิดามารดา เหมือนอย่างที่พระราหุลซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะกับพระนางยโสธรา บวชเป็นสามเณรองค์แรกในพุทธศาสนา เพื่อดำเนินรอยตามคำสั่งสอนของพระบิดา พระราหุลท่านเป็นผู้ใคร่ในการศึกษาธรรมวินัย จึงได้รับยกย่องจากพระบรมศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย

ก่อนที่จะถึงวันประเพณีปอยส่างลองหนึ่งวัน เด็กชายทุกคนที่เข้าร่วมประเพณี จะต้องปลงผมและอาบน้ำให้สะอาดที่สุด แล้วเจิมด้วยน้ำหอมเพื่อให้มีกลิ่นหอม แต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าเครื่องประดับต่างๆ อย่างอลังการ อาทิ เพชร พลอย และทอง นอกจากนั้นก็ยังมีการแต่งหน้าแต่งตาด้วยสีสันที่จัดจ้านให้ส่างลอง ดูสวยงามมีสง่าราศีเหนือคนทั่วไป  ปกติจะมีการจัดงานประมาณสามวัน

วันแรกเรียกกันว่า “วันเอาส่างลอง” เริ่มด้วยขบวนแห่ลูกแก้วซึ่งลูกแก้วก็จะมีการแต่งกายอย่างสวยงามเปรียบเหมือนกับเทวดาตัวน้อยๆ แห่ไปรอบเมืองตามถนนหนทางต่างๆ ซึ่งในขบวนแห่ก็จะประกอบไปด้วยเสียงดนตรีอันแสดงถึงความสนุกสนานรื่นเริงจากเครื่องดนตรีของไทใหญ่ ได้แก่ ฆ้องชุด ฉาบ และกลองมองเซิง หรือกลองสองหน้า

ในอดีตนั้นการแห่ลูกแก้วไปรอบๆเมืองจะให้ลูกแก้วขี่ม้า แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปเพราะม้าหากันไม่ได้ง่ายๆเหมือนดังเช่นสมัยก่อน จึงแห่ลูกแก้วโดยการให้นั่งเก้าอี้หลังรถยนต์แห่ไปรอบเมืองแทน ในขบวนแห่ ลูกแก้วแต่ละคนจะมีผู้ติดตามซึ่งอาจเป็นพ่อ หรือญาติพี่น้องที่เป็นผู้ชาย เพราะลูกแก้วนั้นเปรียบเสมือนเป็นเทวดา ต้องใส่ถุงเท้าสีขาวตลอดทั้ง 3วันที่จัดงาน และห้ามไม่ให้ลูกแก้วเหยียบพื้น ดังนั้นเวลาจะไปที่ใดก็ต้องมีคนคอยแบกเรียกว่าม้าขี่ นำขี่คอไปยังที่ต่างๆ และต้องมีอีกหนึ่งคนทำหน้าที่กางร่มที่มียอดสูงประดับทองกันแดดให้ลูกแก้ว

เมื่อขบวนแห่รอบเมืองเสร็จสิ้น ก็จะแห่ลูกแก้วไปเยี่ยมญาติ ๆ หรือผู้สูงอายุ ผู้อาวุโส และบุคคลสำคัญในชุมชน เพื่อไปแสดงความเคารพ และรับศีลรับพร โดยญาติ ๆ และผู้สูงอายุจะใช้ด้ายสีขาวผูกข้อมือให้ลูกแก้วเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายต่าง ๆ และบางทีก็จะให้ของกำนัลแก่ลูกแก้ว อาจให้เป็นเงิน หรือให้ขนม เป็นต้น

วันที่สอง หรือ “วันรับแขก” ก็จะมีขบวนแห่คล้ายกันกับวันแรก แต่ในวันที่สองนี้ในขบวนแห่จะประกอบด้วยเครื่องสักการะ ธูปเทียนต่างๆ เพื่อถวายพระพุทธ และเครื่องจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์ ในช่วงเย็น หลังจากที่ลูกแก้วรับประทานอาหารแล้วเสร็จ ก็จะมีพิธีทำขวัญเพื่อเตรียมตัวให้ลูกแก้วซึ่งจะเข้ารับการบรรพชาในวันรุ่งขึ้น โดยผู้นำประกอบพิธีจะเป็นผู้อาวุโสที่ศรัทธาวัดทุกคนให้ความเคารพนับถือ

วันสุดท้าย คือ “วันบวช” พิธีเริ่มด้วยการนำลูกแก้วแห่ไปยังวัด เมื่อถึงวัด ลูกแก้วทั้งหมดก็จะกล่าวขออนุญาตเพื่อทำการบรรพชาจากพระผู้ใหญ่ เมื่อท่านได้อนุญาต ลูกแก้วก็จะพร้อมกันกล่าวคำปฏิญาณตน และอาราธนาศีล แล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดเสื้อผ้าส่างลองที่สวยงามมาเป็นผ้ากาสาวพัตร์สีเหลือง และเป็นสามเณรอย่างสมบูรณ์

ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สร้างเว็บไซต์หรือบล็อกฟรีที่ WordPress.com.

%d bloggers like this: